พระเกียรติคุณปรากฏในนานาอารยประเทศ

รุ่นแก้ไขเมื่อ 07:54, 5 ตุลาคม 2552 โดย Haiiwiki (คุย | มีส่วนร่วม)
(ต่าง) ←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า | รุ่นแก้ไขล่าสุด (ต่าง) | รุ่นแก้ไขถัดไป→ (ต่าง)
 

พระเกียรติคุณปรากฏในนานาอารยประเทศ (พุทธศักราช ๒๕๔๐ - ๒๕๔๙)

นานาประเทศแซ่ซ้องพระเกียรติคุณ

การปฏิบัติพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามดังพระราชปณิธานที่ทรงประกาศไว้เป็นปฐมบรมราชโองการนั้น ไม่เพียงแต่เป็นที่ประจักษ์ชัดในดวงใจอาณาประชาราษฎร์ภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังได้รับการยกย่องสรรเสริญจากองค์กรระหว่างประเทศและสถาบันต่างๆ โดยทรงได้รับรางวัลเฉลิมพระเกียรติมากกว่า ๔๐ รางวัล ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านต่างๆ อีกจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นรางวัลเฉลิมพระเกียรติด้านการแพทย์และการสาธารณสุข รองลงมาตามลำดับ คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิต เทคโนโลยีการประดิษฐ์ และสิ่งแวดล้อม แสดงถึงคุณูปการจากพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขแก่พสกนิกร
051009-การต่างประเทศ-05.jpg
รางวัลที่โดดเด่นที่สุดคือ รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ (Human Development Lifetime Achievement Award) ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) เป็นรางวัลแรกขององค์กรเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยและการที่พระราชทานแนวทางให้ประชาชน สามารถพึ่งตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยนายโคฟี อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เป็นผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

รางวัลและคำสดุดีเฉลิมพระเกียรติที่สถาบันทั้งหลายได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับเป็นประจักษ์พยานสำคัญได้อย่างดีถึงพระปรีชาสามารถในพระองค์ อันเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยปลาบปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง และที่เหนือยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด พระปรีชาสามารถดังกล่าวยังเป็นที่ยอมรับด้วยใจของประชาคมโลกทั้งมวลที่มีความตระหนักในพระราชอุตสาหะ พระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถ ซึ่งล้วนเป็นที่เล่าขานชื่นชมกันในหมู่นานาชาติอยู่เสมอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และเป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่ในสายตาและความรู้สึกของชาวต่างประเทศด้วย

พุทธศักราช ๒๕๔๙ ประเทศไทยเป็นที่จับตามองของประชาคมโลก เมื่อมีพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างยิ่งใหญ่ เป็นวาระที่เกิดเหตุการณ์สำคัญมากมายที่ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์สำคัญเพียงหนึ่งเดียวของชาติไทยและของโลก ทั้งปรากฏการณ์เสื้อเหลืองของมหาชนที่พร้อมใจกันแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี รวมถึงการเสด็จพระราชดำเนินและเสด็จมาร่วมถวายพระพรชัยมงคลของสมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์จาก ๒๕ ราชวงศ์ทั่วโลก โดยสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเนการาบรูไน ดารุสซาลาม ในฐานะทรงเป็นผู้แทนพระประมุขและพระราชวงศ์ต่างประเทศได้กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งแสดงถึงการยอมรับในพระบารมีของพระประมุขของประเทศไทย ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

051009-การต่างประเทศ-04.jpg
"...พระราชกรณียกิจและความสำเร็จทั้งหมดที่กล่าวมาของฝ่าพระบาท ทำให้หม่อมฉัน องค์พระประมุขและพระราชอาคันตุกะทุกพระองค์ ณ ที่นี้ต่างรู้ซึ้งตระหนักได้ดีว่า เหตุใดประชาชนของพระองค์จึงได้พร้อมใจกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญา "มหาราช"

แต่หม่อมฉัน ตลอดจนองค์พระประมุขและพระราชอาคันตุกะทุกพระองค์ที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาร่วมงานในวันนี้ ขอถวายพระราชสมัญญาที่เรียบง่ายแต่มีค่าและสะท้อนถึงความรู้สึกของหม่อมฉันและทุกพระองค์ ณ ที่นี้คือ ฝ่าพระบาททรงเป็นมิตรที่รักและพึงเคารพอย่างที่สุดของพวกเรา..."

พระราชดำรัสของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเนการาบรูไนดารุสซาลาม เนื่องในโอกาสงานถวายพระกระยาหารค่ำแด่พระประมุขและพระราชวงศ์ต่างประเทศ วันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตมโหฬาร ในหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

อาจกล่าวได้ว่าการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจและวิเทโศบายต่างๆ ด้านการต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดช่วงระยะเวลา ๖๐ ปีแห่งการครองราชย์ ทำให้ราชอาณาจักรไทยมีความมั่นคง สงบ ร่มเย็น มีหมู่มวลมหามิตรทั่วโลก เป็นที่ยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิในเวทีโลกในฐานะเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการพัฒนาและมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคนี้