ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พุทธมามกะ"

แถว 31: แถว 31:
 
'''ทรงส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน'''
 
'''ทรงส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน'''
  
เรื่องที่สำคัญที่สุดในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้พ้นภัยและทำนุบำรุงให้เข้มแข็ง คือ การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นหลักชัยในการอุปถัมภ์เผยแพร่ศีลธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงอุปถัมภ์'''การสังคายนาพระไตรปิฎก''' ด้วยเป็นเครื่องมือประกาศถึงความเป็นศูนย์กลางของความมั่นคงทางพุทธศาสนาของไทยที่สำคัญยิ่ง
+
เรื่องที่สำคัญที่สุดในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้พ้นภัยและทำนุบำรุงให้เข้มแข็ง คือ การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นหลักชัยในการอุปถัมภ์เผยแพร่ศีลธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงอุปถัมภ์[['''การสังคายนาพระไตรปิฎก''']] ด้วยเป็นเครื่องมือประกาศถึงความเป็นศูนย์กลางของความมั่นคงทางพุทธศาสนาของไทยที่สำคัญยิ่ง
 
</div>
 
</div>
 
[[หมวดหมู่:ในฐานะพระมหากษัตริย์]]
 
[[หมวดหมู่:ในฐานะพระมหากษัตริย์]]
 
</div>
 
</div>

รุ่นแก้ไขเมื่อ 17:39, 5 ตุลาคม 2552

พุทธมามกะ: ข้าแห่งพระพุทธศาสนา

051009-ศาสนาพุทธ-03.jpg
ด้วยพุทธมามกะ หมายถึง ผู้ประกาศตนว่าขอถือพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ หรือผู้ประกาศตนว่าเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา ซึ่งภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดให้พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภก

ตลอดเวลากว่า ๖๐ ปีแห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำรงพระองค์เป็นพุทธมามกะอย่างเคร่งครัด ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และให้การเกื้อกูลแก่นานาศาสนาที่ประชาชนชาวไทยนับถือและศรัทธามาโดยตลอด

การบำเพ็ญพระราชกุศลทางศาสนาในฐานะพุทธมามกะ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่สำคัญอย่างถึงพร้อมด้วยพระราชฐานะของพุทธมามกะหลายประการ อาทิ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ วันมาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา การบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ทั้งพระกฐินหลวง พระกฐิน หลวงพระราชทาน พระกฐินต้น ซึ่งทรงปฏิบัติเป็นประจำทุกปี ด้วยมีพระราชประสงค์จะทรงอนุเคราะห์พระภิกษุให้ได้รับประโยชน์ในทางพระวินัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รื้อฟื้นพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินโดยกระบวนพยุหยาตราทาง ชลมารคขึ้นใหม่ เพื่อเป็นการดำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีที่ถือปฏิบัติมาแต่โบราณ

ทรงอุปถัมภ์คณะสงฆ์ให้มั่นคง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้การอุปถัมภ์คณะสงฆ์ด้วยการส่งเสริมและเอาพระราชหฤทัยใส่พระภิกษุผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ไม่ว่าจะเป็นการสถาปนา สมเด็จพระสังฆราช การสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะรวมถึงการพระราชทานสมณศักดิ์และพัดยศตามระเบียบแบบแผน และประเพณีในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นบำเหน็จความชอบแก่พระสงฆ์ที่ได้ประกอบคุณความดีเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและพระพุทธศาสนา หรือการพระราชทาน พระบรมราชานุเคราะห์การอุปสมบทนาคหลวงเพื่อเพิ่มจำนวนพระภิกษุ อันให้เป็นกำลังค้ำจุนรากฐานแห่งพระพุทธศาสนาให้มั่นคงเข้มแข็ง

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักในพระราชหฤทัยดีว่า พระพุทธศาสนาจะแข็งแกร่งและก้าวไกลได้ ก็ต่อเมื่อมีการเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้าให้ขจรขจายออกไปสู่ทุกดินแดน ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงทรงส่งเสริมและอุปถัมภ์การศึกษาพระปริยัติธรรม การตั้งเปรียญ โดยทรงอุปถัมภ์มหาวิทยาลัยสงฆ์ คือ สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้จัดการศึกษาถึงระดับปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรม ราชูปถัมภ์ จัดการศึกษาถึงระดับปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต รวมถึงได้มีการตราพระราชบัญญัติ กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา พุทธศักราช ๒๕๒๗ บัญญัติให้ผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนาเปรียญธรรมเก้าประโยค (ป.ธ.๙) ศาสนศาสตรบัณฑิตและพุทธศาสตรบัณฑิตมีวิทยฐานะเทียบเท่าชั้นปริญญาตรี

ทรงส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน

เรื่องที่สำคัญที่สุดในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้พ้นภัยและทำนุบำรุงให้เข้มแข็ง คือ การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นหลักชัยในการอุปถัมภ์เผยแพร่ศีลธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงอุปถัมภ์'''การสังคายนาพระไตรปิฎก''' ด้วยเป็นเครื่องมือประกาศถึงความเป็นศูนย์กลางของความมั่นคงทางพุทธศาสนาของไทยที่สำคัญยิ่ง