คลังข้อมูลน้ำแห่งอาเซียน (ASEAN Hydroinformatics Data Centre: AHC)

29/10/2019

คลังข้อมูลน้ำแห่งอาเซียน (ASEAN Hydroinformatics Data Centre: AHC) จัดตั้งโดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ หรือ สสน. ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 72 (ASEAN Committee on Science and Technology: ASEAN COST) วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ให้เป็นศูนย์ (Centre) ภายใต้การกำกับดูแลของคณะอนุกรรมการอาเซียนว่าด้วยไมโครอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Sub-Committee on Microelectronics and Information Technology: SCMIT)

AHC เป็นการขยายแนวคิดจากโครงการคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ (National Hydroinformatics Data Center: NHC) ซึ่ง สสน. ได้พัฒนาเป็นระบบกลางเพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำและภูมิอากาศของประเทศไทย ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นระบบสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต ปัจจุบันได้เชื่อมโยงข้อมูลครอบคลุม 45 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย

AHC มีกรอบการดำเนินงานหลัก 3 ด้าน ได้แก่ แบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และสร้างศักยภาพบุคลากรในภูมิภาคอาเซียน โดยมีเป้าหมายที่จะรวบรวมข้อมูลด้านน้ำ ภูมิอากาศ แลภัยพิบัติของอาเซียน รวมทั้งเผยแพร่ตัวอย่างความสำเร็จจากการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการน้ำจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชากร ก่อให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำในระดับภูมิภาคนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของอาเซียน ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) และวิสัยทัศน์อาเซียน 2568 (ASEAN Vision 2025)

ปัจจุบัน คลังข้อมูลน้ำแห่งอาเซียน มีสมาชิกจาก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

สสน. ได้ดำเนินงานและจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AHC ดังนี้

1. งานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “SMART Informatics for Sustainability” ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2561 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในการประชุม ASEAN NEXT 2018: Rising STI Networking for Innovative ASEAN ที่จัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยงานประชุม “SMART Informatics for Sustainability” มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ การบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติในระดับโลกและระดับภูมิภาค โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น World Meteorology Organization (WMO), APEC Climate Center (APCC) และ Asian Disaster Preparedness Center (ADPC) ทั้งนี้ ผู้ร่วมประชุมยังได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แต่ละประเทศดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำ ภูมิอากาศ และภัยพิบัติ พร้อมทั้งเรียนรู้และศึกษาดูงานพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จการใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน ณ ชุมชนห้วยปลาหลด ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

เกิดเป็นแนวคิดความร่วมมือในอนาคตสำหรับ AHC เพื่อให้เกิดการแบ่งปันและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน รวมถึงสนับสนุนให้เกิดตัวอย่างความสำเร็จของการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับชุมชนอย่างน้อย 1 พื้นที่ในทุกประเทศสมาชิกอาเซียน

2. งานสัมมนา “Transformation of STI and Indigenous Knowledge to SDGs: 2019 Super Smart Community” ในวันที่ 19 มีนาคม 2562 เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในการประชุม ASEAN NEXT 2019: STI Leading towards Community Happiness จัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อดำเนินการตอบสนองการทำงานภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 93 คน จากอาเซียน ประเทศญี่ปุ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ โดยเน้นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 3 เป้าหมาย ได้แก่ 1. SDG 13 “Climate Action” 2. SDG 2 “Zero Hunger” และ 3. SDG 11 “Sustainable Cities and Communities”

นอกจากนี้ ในงานสัมมนายังได้จัดประกวดโครงการ “New Initiative Project” เพื่อต่อยอดและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการประยุกต์ใช้ วทน. ในการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคัดเลือกโครงการมานำเสนอ และให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนลงคะแนนเลือกโครงการที่สนใจ ซึ่งผู้ชนะได้แก่มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 500,000 บาท จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อดำเนินโครงการ “Water Energy Innovations and Cleaner Production of Tea for Sustainable Community Development on Highland Area “

ข่าวอื่นๆ

%d bloggers like this: