ความร่วมมือกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

22/05/2020

1. ความเป็นมา

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศทั้งด้านของการยกระดับขีดความสามาถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือในด้านต่างๆ เช่น ภัยธรรมชาติที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร วิกฤตพลังงาน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในระดับภูมิภาค ดังนั้น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนให้ความสนใจเพื่อขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดความยั่งยืนในภูมิภาค

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เดิม) เป็นผู้รับผิดชอบหลักภายใต้กรอบความร่วมมือคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ASEAN Committee on Science, Technology, abd Innovation: ASEAN COSTI) ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอาเซียน

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2553 รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์จากประเทศสมาชิกอาเซียน และผู้แทนสำนักเลขาธิการอาเซียน ได้ตกลงรับรองความริเริ่มกระบี่ 2553 (Krabi Initiative 2010) ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 6 ข้อริเริ่มกระบี่ประกอบด้วยข้อเสนอแนะรายสาขา 8 ด้าน เพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวอาเซียนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ได้แก่
1) นวัตกรรมอาเซียนสู่ตลาดโลก
2) สังคมดิจิทัล สื่อใหม่และเครือข่ายสังคม
3) เทคโนโลยีสีเขียว 
4) ความมั่นคงทางอาหาร
5) ความมั่นคงทางพลังงาน
6) การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
7) ความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ
8) วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

2. ความร่วมมือ

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. มีความร่วมมือกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนในด้านการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการน้ำ ภายใต้โครงการต่างๆ ดังนี้

2.1 ความร่วมมือกับ DWIR

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2561 สสน. ได้ลงนามความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาด้านสารสนเทศน้ำ (Statement of Cooperation on Technology for Water Resources Management) กับ Directorate of Water Resources and Improvement of River Systems (DWIR), Ministry of Transport and Communications (MOTC) ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการบูรณาการการบริหารจัดการน้ำในเมียนมา โดยมีกิจกรรมความร่วมมือหลัก ดังนี้ 1. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี และ 2. เข้าร่วมงานประชุมที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงโครงการคลังข้อมูลน้ำแห่งอาเซียน (ASEAN Hydroinformatics Data Centre: AHC)
ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ.2561 – 2564) ซึ่งจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายได้กำหนดแผนการดำเนินงานร่วมกัน เช่น การอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีในการจัดการน้ำ และการขยายความร่วมมือกับงานในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นต้น โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันปรึกษาหารือในเรื่องดังต่อไปนี้
1) ความต้องการในหัวข้อการฝึกอบรม (Assessment needed) เช่น Data Management, Flood Modeling และ Water Management เป็นต้น
2) แผนการดำเนินงานของกิจกรรมความร่วมมือ
3) การจัดตั้งคณะทำงานร่วม (Joint Working Group: JWG) ซึ่งจะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค และเจ้าหน้าที่ประสานงาน รวมทั้งสิ้นจำนวน 6 คน
ทั้งนี้ DWIR พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้โครงการคลังข้อมูลน้ำแห่งอาเซียน (AHC)

ต่อมา วันที่ 7 สิงหาคม 2561 สสน. ศึกษาดูงาน ณ สำนักงานชั่วคราวของ Hydroinformatics Center (HIC) เพื่อรับฟังประวัติ การจัดโครงสร้างองค์กรและหน้าที่ของ HIC ความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติของเมียนมา (National Water Resources Committee: NWRC) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่ (Young Water Professionals และ Junior Researchers) พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวคิดการจัดโครงสร้างองค์กรที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการน้ำทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ แนวคิดการบริหารจัดการน้ำ และแนวคิดการจัดตั้งคลังข้อมูลน้ำของทั้งสองประเทศ โดยได้รับฟังบรรยายใน 7 หัวข้อดังนี้
1)  National Water Resources Committee (NWRC) – AIRBM Project C1
2)  WISDM (Water Information System for Data Management)
3)  DSS & Master Plan Development for The Ayeyarwady River Basin (C1.17 Development of the Ayeyarwady Decision Support System and Basin Master Plan)
4)  State of the Basin Assessment (SOBA) for the Ayeyarwady River Basin, AIRBM Project (Component 1 team)
5)  The Multi-stakeholder Forum (MSE)
6)  Role of Junior Researchers in HIC and Component 1 Young Water Professionals (YWP)

โดยในที่ประชุม สสน. ได้ให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะด้านการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีต่างๆ ไปใช้ รวมถึงด้านสังคม เช่น การประชาสัมพันธ์โครงการ การจัดเสวนาระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในท้องถิ่น รวมทั้งการทำงานแบบ Multidiscipline เป็นต้น

2.2 โครงการ Ayeyarwady Integrated River Basin Management (AIRBM) Project, The World Bank

ปี 2557 ธนาคารโลกได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่รัฐบาลของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อดำเนินโครงการ Ayeyarwady Integrated River Basin Management (AIRBM) ซึ่งเป็นโครงการที่มีเนื้อหาสำคัญ 3 ส่วนหลักได้แก่ โครงสร้างองค์กร การบูรณาการฐานข้อมูล และการปรับปรุงทางน้ำเพื่อการเดินเรือ เพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการของลุ่มน้ำอิรวดี

ต่อมาปี 2559 ธนาคารโลกได้เชิญ สสน. ร่วมเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาคลังข้อมูลน้ำ (Hydro-Informatics Center: HIC) ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในโครงการ AIRBM โดย สสน. ได้ร่วมจัด Workshop ในหัวข้อ “From data and information to planning” จำนวน 2 ครั้งให้แก่บุคลากรของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยความรู้และเทคโนโลยี จึงเห็นควรมีความร่วมมือร่วมกันในอนาคต

ปี 2561-2566 สสน. ร่วมมือกับ DHI A/S ดำเนินโครงการ Ayeyarwady Integrated River Basin Management Project: AIRBM ในหัวข้อ C1.17 Development of the Ayeyarwady Decision Support System and Basin Master Plan ใน Component 1: Water Resource Management Institutions, Decision Support Systems and Capacity Building ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวน 7.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครื่องมือสำหรับสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดการทรัพยากรน้ำของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการของลุ่มแม่น้ำอิรวดี และสนับสนุนการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (อ่านรายเพิ่มเติมได้ที่ โครงการ AIRBM)

2.3 โครงการ Strengthened Drought and Flood Management through Improved Science Based Information Availability and Management in Myanmar

Climate Technology Centre and Network (CTCN) ได้รับมอบหมายจากอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เพื่อทำการพัฒนาเทคโนโลยีในการรับมือกับการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในครั้งนี้ CTCN จึงได้มอบหมายให้ National Designated Entity (NDEs) ทำการจัดสรรเครื่องมือที่เหมาะสมตามความต้องการของแต่ละประเทศที่ร้องขอ โดยสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมานั้น Environmental Conservation Department (ECD) ภายใต้ Ministry of Environmental Conservation ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน ซึ่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้ทำการร้องขอเครื่องมือเพื่อช่วยในการบริหารจัดการน้ำและเพิ่มการปรับตัวต่อความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่ง CTCN จึงได้ทำข้อตกลงกับ DHI A/S ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ

ในปี 2561-2562 สสน. ร่วมมือกับ DHI A/S ดำเนินโครงการ Strengthened drought and flood management through improved science based information availability and management in Myanmar ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก Green Climate Fund (GCF) การดำเนินโครงการเป็นการพัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยในการบริหารจัดการน้ำและเพิ่มการปรับตัวต่อความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่าน Web Portal ของ Climate Technology Centre and Network (CTCN) โดย สสน. ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดาวเทียมต่าง ๆ และร่วมพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้แก่เจ้าหน้าที่ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ข่าวอื่นๆ

%d bloggers like this: